นายป่วน เจียวทอง ปราชญ์ชาวบ้าน ด้านหัตถกรรม
(เครื่องประดับเงินโบราณ)
เกิดเมื่อวันที่๑
มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔ ภูมิลำเนาปัจจุบัน อยู่บ้า ๖๘ หมู่ที่ ๓ ตำบลเขวาสินรินทร์
อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สมรสกับ นางสุเพียบ เจียวทอง มีบุตรธิดารวม 3
คน
วิธีการเรียนรู้ของภูมิปัญญาเมื่อครั้งอดีตในวัยเยาว์ของ
นายป่วน เจียวทอง ได้ใช้ชีวิตเหมือนกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านทั่ว ๆ ไป
โดยครอบครัวมีอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลักจวบจนกระทั้งอายุได้ ๑๓ ปี
จึงได้ให้ความสนใจเรียนรู้และศึกษาวิธีการทำทองจาก นายโฮม ผจญกล้า ซึ่งเป็นพี่เขย
และได้ใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้วิธีการทำทองอยู่หลายปีจนมีความชำนาญ
ซึ่งมูลเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้ นายป่วนเจียวทอง
ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการทำทองนั้นก็เนื่องมาจากในอดีตอาชีพช่างทองมักถูกคนมองว่าเป็นอาชีพของคนชั้นสูงหาที่ศึกษาเรียนรู้ได้ยาก
เมื่อมีโอกาสจึงได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อจะได้ประกอบอาชีพเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพครอบครัวต่อไป
การประกอบอาชีพช่างทำทองของ
นายป่วน เจียวทองได้ดำเนินการมาเป็นเวลาหลายปี
ก็พบปัญหาในเรื่องของราคาทองคำเริ่มมีราคาแพงขึ้น
ทำให้ผลงานที่ทำออกมาขายนั้นจำหน่ายได้น้อยลง จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๒๒
จึงได้เลิกอาชีพทำทองจึงได้เปลี่ยนมาประกอบอาชีพในการทำเครื่องเงินแทน
ในการทำเครื่องเงินนั้น นายป่วน เจียวทอง ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้มาจากพ่อเพิ่ม
ธนุนาจารย์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นครูคนแรกที่ได้ทำการสอน ประเกือม ให้กับ นายป่วน
เจียวทอง และครูอีกคนหนึ่งที่ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้การทำเครื่องเงินแบบตะเกาว์นั้น
ก็คือ นายโฮม ผจญกล้า นั่นเอง
แรงบันดาลใจของภูมิปัญญา
แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานได้จากการสังเกตสภาพสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ
ๆ ตัวเช่น การประยุกต์ ดัดแปลง ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ นำมาเป็นแนวคิดในการทำเครื่องประดับแบบโบราณ
จนมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากนักวิชาการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมาจนถึงทุกวันนี้แนวความคิดในการทำงานการทำงานเป็นช่างประดับเงินของนายป่วน
เจียวทอง ในปัจจุบันนี้ก็ได้ยึดเอากรอบแนวคิดและคติพจน์ที่ว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” โดยการทำงานสร้างสรรค์ผลิตเครื่องประดับเงินในแต่ละชิ้นนั้นนายป่วน
เจียวทอง จะให้ความสำคัญในการผลิตเครื่องประดับเงินในแต่ละชิ้นเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะการออกแบบชิ้นงาน การออกแบบลวดลาย
จะกระทำด้วยความประณีตเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุดและเป็นที่น่าประทับใจต่อลูกค้าหรือผู้พบเห็นโดยทั่วไป
ความสามารถเฉพาะ
นายป่วน เจียวทอง
มีความสามารถพิเศษในด้านการออกแบบลวดลายเครื่องประดับเงินแบบโบราณจนเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน
องค์กร หน่วยงาน
สถาบันศิลปะและสถาบันการศึกษาโดยทั่วไปเม็ดเงินบริสุทธิ์วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการทำงานวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเครื่องประดับเงินนั้นเป็นเม็ดเงินบริสุทธิ์
๑๐๐% ที่สั่งจากแหล่งผลิตในกรุงเทพมหานคร และร้านตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดสุรินทร์
ในด้านของเครื่องมือที่ใช้
วิธีการถ่ายทอดภูมิปัญญาและสิ่งที่ทำให้ภูมิปัญญาคงอยู่
การประกอบอาชีพเป็นช่างทำเครื่องเงินของนายป่วน เจียวทอง
นี้จะอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ สุจริต
อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการได้รับการอบรม
ฝึกฝนจากการศึกษาเรียนรู้ในการประกอบอาชีพช่างทำทองมาก่อน นายป่วน
เจียวทองได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “การศึกษาเรียนรู้ในวิชาชีพการทำเครื่องเงินในสมัยก่อนมีความยากลำบากมาก
เนื่องจากว่าช่างทำเครื่องเงินมักจะไม่สอนหรือถ่ายทอดให้กับคนอื่นมากนัก
การเรียนรู้ในการทำเครื่องประดับเงินจึงเป็นสิ่งที่ยากพอสมควรเพราะว่าคนที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ในวิธีการทำเครื่องเงินให้เกิดความชำนาญได้นั้น
จะต้องอาศัยความมุ่งมั่น ความตั้งใจของผู้เรียนเป็นสำคัญ
การศึกษาเรียนรู้ในการทำเครื่องเงินนั้นไม่เหมือนกับการเรียนรู้ในโรงเรียนทั่ว ๆ
ไปเพราะการเรียนในโรงเรียนจะเลือกเรียนในโรงเรียนใดก็ได้
ผู้เรียนสนใจเรียนบ้างไม่สนใจเรียนบ้างก็มี แต่การเรียนเป็นช่างทำเครื่องเงินนั้น
ผู้เรียนจะต้องอาศัยความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริง
ใจเย็นและมีความประณีต

และสิ่งสำคัญที่ผู้เรียนจะต้องมีคือความอดทนและขยันจึงจะทำให้การศึกษาเรียนรู้ในการทำเครื่องประดับเงินสามารถที่จะเรียนรู้ได้ดี
และมีความชำนาญเร็วขึ้นเครื่องประดับเงินโบราณผลงานของนายป่วน
เจียวทองปัจจุบันนายป่วน เจียวทอง
ได้ถ่ายทอดลักษณะและความรู้ในการทำเครื่องเงินให้กับสมาชิกในครอบครัวของตนเอง
เครือญาติและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้นาย ป่วน เจียวทอง
ได้ให้เกียรติและเป็นวิทยากร (พิเศษ)
ถ่ายทอดทักษะและความรู้ในการทำเครื่องประดับเงินให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) กาญจนาภิเษก
วิทยาลัยช่างทองหลวง ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดสุรินทร์
ศูนย์ศิลปาชีพอีสานใต้
จังหวัดสุรินทร์และยินดีที่จะสอนให้กับเยาวชน นักเรียน
ประชาชนทั่วไปหรือหน่วยงานการศึกษาที่ต้องการและมีความประสงค์ในการส่งเสริมอนุรักษ์และพัฒนาในศิลปะการทำเครื่องประดับเงิน
โดยที่นายป่วน เจียวทอง ได้อธิบายไว้ “การถ่ายทอดความรู้และทักษะของการทำเครื่องเงินไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เกิดมีความรักและหวงแหนในศาสตร์หรือศิลปะทางด้านนี้จะเป็นการสืบทอดและช่วยให้อาชีพทำเครื่องประดับเงินไม่สูญหายและยังคงอยู่ในท้องถิ่นต่อไป” ถ่ายทอดวิธีการทำเครื่องประดับเงินให้กับผู้สนใจโดยทั่วไปนอกจากผลงานต่างๆ
ที่ได้กล่าวมานั้น นายป่วน เจียวทอง ได้รับโอกาสให้ได้สร้างสรรค์
ผลงานเครื่องประดับเงิน ทูลเกล้า ฯ
ถวายเครื่องประดับเงินแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
ซึ่งเป็นเครื่องประดับ เงินในรูปแบบตะเกาว์ จำนวน ๑๓ ชิ้น
อันเป็นโอกาสที่ดีและเป็นมงคลกับชีวิตและวงศ์ ตระกูลของนายป่วน เจียวทอง
สืบไปเครื่องประดับเงินที่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
ผลงานและรางวัลที่ได้รับ
ผลงานและรางวัลที่ได้รับจากความพยายามในการสร้างสรรค์ของนายป่วน
เจียวทองมีมากมายจากหลายหน่วยงานทั้งในประเทศและจากหน่วยงานในต่างประเทศ อาทิเช่น
๑. สภาวัฒนธรรม จังหวัดสุรินทร์
ได้รับรางวัลเกียรติยศคนดีศรีเมืองช้าง จังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๔๔
๒. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ในงานกาชาดจังหวัดสุรินทร์ พ.ศ.
๒๕๔๕ ประเภทตุ้มหูเงินลายโบราณของ OTOP จังหวัดสุรินทร์
๓. สภาวัฒนธรรมกิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์
มอบรางวัลผู้มีผลงานทางวัฒนธรรมสาขาภูมิปัญญาท้องถิ่น
ประเภทผู้ผลิตเครื่องประดับเงิน พ.ศ. ๒๕๔๕
๔.
รางวัล OTOP ผลิตภัณฑ์ดีเด่น ระดับ ๓ ดาวภาคอีสาน พ.ศ. ๒๕๔๖
ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย
๕. สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มอบรางวัลผลงานดีเด่นด้านศิลปวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ (หัตถกรรมเครื่องเงิน) พ.ศ.
๒๕๔๗
๖.
จังหวัดสุรินทร์มอบรางวัลสร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติให้กับจังหวัดสุรินทร์ในการถ่ายทอดภูมิปัญญาทำเครื่องเงินโบราณ
พ.ศ. ๒๕๔๘
๗.
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
มอบรางวัลผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการอนุรักษ์
และสืบสานงานช่างฝีมือพื้นบ้านตามโครงการภูมิบ้าน ภูมิเมือง
ภูมิปัญญางานช่างฝีมือพื้นบ้าน พ.ศ. ๒๕๔๘
๘.
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เชิญให้ร่วมโครงการสาธิตงานช่างและงานแสดงในงานเทศกาลวิถีชาวบ้าน
ของสถาบันสมิธโซเนียนเรื่องแม่น้ำโขง : เชื่อมสายใยวัฒนธรรม ประเทศสหรัฐอเมริกา
พ.ศ. ๒๕๔๐
๙.
รางวัล Smithsonian Folklife Festival
ที่มา
http://www.surinpao.org/userfiles/011.pdf